วิธีใช้ Web terminal Litefinance สำหรับนักเทรดในประเทศไทย
เรียนรู้วิธีใช้ Web terminal Litefinance สำหรับเทรด Forex และ CFD ในไทย ขั้นตอนละเอียด ครอบคลุมทุกฟังก์ชัน พร้อมตารางเปรียบเทียบเครื่องมือวิเคราะห์
ภาพรวมของ Web terminal Litefinance
บริษัทของเรานำเสนอ Web terminal ที่ทำงานผ่านเบราว์เซอร์ คุณไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม การเข้าถึงบัญชีซื้อขายทำได้จากทุกอุปกรณ์ ระบบรองรับ Windows, macOS, Linux, Android และ iOS ข้อดีคือไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บ
Web terminal ของเราใช้เทคโนโลยี HTML5 และ WebSocket (โปรโตคอลเชื่อมต่อแบบสองทาง) การแสดงกราฟและราคาทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องโหลดหน้าใหม่ ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายอยู่ที่ 0.1 วินาที (100 มิลลิวินาที) สำหรับบัญชีมาตรฐาน
สำหรับนักเทรดในไทย เราให้เลเวอเรจสูงสุด 1:500 (ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี) สเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pip สำหรับบัญชี ECN ตราสารที่รองรับมีมากกว่า 200 รายการ ครอบคลุม Forex, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอร์เรนซี
| ฟังก์ชันหลัก | รายละเอียด | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ระบบกราฟ | รองรับไทม์เฟรมตั้งแต่ 1 นาทีถึง 1 เดือน | สูงสุด 100 แท่งในหน้าจอเดียว |
| ออเดอร์ | Market, Limit, Stop, Stop Limit | เปิดได้สูงสุด 500 ออเดอร์พร้อมกัน |
| อินดิเคเตอร์ | มากกว่า 50 ตัวในตัว | ไม่รองรับการเขียนอินดิเคเตอร์เอง |
| การแจ้งเตือน | ตั้งราคาเตือนได้ไม่จำกัด | ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา |
การเปิดใช้งานและเข้าสู่ระบบ Web terminal
ขั้นแรก คุณต้องสมัครสมาชิกกับ Litefinance ก่อน ไปที่เว็บไซต์หลักของเรา (litefinance.org) กดปุ่ม “ลงทะเบียน” ที่มุมขวาบน กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ประเทศ (เลือก Thailand) วันเกิด อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ และตั้งรหัสผ่าน ยืนยันตัวตนผ่านลิงก์ที่ส่งไปยังอีเมลหรือ SMS
หลังจากยืนยันแล้ว ให้เข้าสู่ระบบบัญชีของคุณ ค้นหาปุ่ม “เทอร์มินัล” หรือ “Web terminal” ในเมนูหลัก คลิกที่ปุ่มนั้น ระบบจะโหลดหน้าต่างซื้อขายอัตโนมัติ หากคุณยังไม่มีบัญชีซื้อขาย ให้สร้างบัญชีใหม่ก่อน โดยเลือกประเภทบัญชี (Standard, ECN หรือ Cent) แล้วกด “เปิดบัญชี”
การเข้าสู่ระบบครั้งแรกอาจใช้เวลา 3-5 วินาที เนื่องจากระบบกำลังโหลดข้อมูลราคาและแผนภูมิ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้เบราว์เซอร์รุ่นล่าสุด (Chrome 120+, Firefox 120+, Edge 120+) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด หากพบปัญหา ให้ลองล้างแคชหรือใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito)
การเปลี่ยนภาษาใน Web terminal
Web terminal ของเรามีอินเทอร์เฟซเป็นภาษาอังกฤษเป็นค่าเริ่มต้น สำหรับนักเทรดไทยที่ต้องการใช้ภาษาไทย ให้ไปที่ไอคอนรูปเฟืองที่มุมบนขวา เลือก “Settings” จากนั้นเลื่อนลงมาจนเจอ “Language” คลิกแล้วเลือก “ไทย” ระบบจะเปลี่ยนภาษาทันทีโดยไม่ต้องรีโหลดหน้า
ในรุ่นปัจจุบัน (2025) รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษและรัสเซียเท่านั้น แต่เอกสารช่วยเหลือและคำแนะนำในบัญชีส่วนตัวมีให้บริการภาษาไทยแล้ว หากคุณพบปัญหาด้านภาษา ทีมสนับสนุนของเราสามารถตอบคำถามเป็นภาษาไทยผ่านแชทสดหรืออีเมล
โครงสร้างหน้าจอของ Web terminal
เมื่อเปิด Web terminal คุณจะเห็นองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ส่วนแรกคือแถบเครื่องมือด้านบน ประกอบด้วยปุ่มสร้างออเดอร์ใหม่ ปรับแต่งแผนภูมิ และเลือกตราสาร ส่วนที่สองคือหน้าต่างแผนภูมิหลัก ตรงกลางจอ แสดงกราฟราคาและอินดิเคเตอร์ต่างๆ
ส่วนที่สามคือหน้าต่าง “Market Watch” ด้านซ้ายมือ แสดงรายการตราสารทั้งหมดพร้อมราคา Bid/Ask ล่าสุด คุณสามารถดับเบิลคลิกที่ตราสารใดก็ได้เพื่อเปิดแผนภูมิ หรือคลิกขวาเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนที่สี่คือหน้าต่าง “Terminal” ด้านล่าง ใช้ดูประวัติการซื้อขาย รายการออเดอร์ที่เปิดอยู่ และยอดคงเหลือ
- แถบเครื่องมือด้านบน: ปุ่มสร้างออเดอร์, เลือกตราสาร, รูปแบบแผนภูมิ, กรอบเวลา, อินดิเคเตอร์
- แผนภูมิหลัก: กราฟแท่งเทียน (Candlestick) เป็นค่าเริ่มต้น, คลิกขวาเพื่อเปลี่ยนประเภทเป็นแท่ง (Bar) หรือเส้น (Line)
- Market Watch: แสดงราคาแบบเรียลไทม์, มีช่องค้นหาตราสาร, ซ่อนตราสารที่ไม่ใช้ได้
- หน้าต่าง Terminal: แท็บ Trade, Orders, History, News, Mailbox, Journal
สามารถปรับขนาดแต่ละส่วนได้โดยลากขอบเขตระหว่างหน้าต่าง หากต้องการรีเซ็ตเลย์เอาต์ ให้ไปที่ Settings แล้วเลือก Reset Layout
การปรับแต่งแผนภูมิสำหรับนักเทรดไทย
เราขอแนะนำให้ตั้งค่าแผนภูมิให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ คลิกขวาที่แผนภูมิแล้วเลือก “Properties” จะมีหน้าต่างตั้งค่าปรากฏขึ้น ในแท็บ “Colors” คุณสามารถเปลี่ยนสีพื้นหลัง (แนะนำเป็นสีขาวหรือสีเทาอ่อนเพื่อให้มองเห็นเส้นได้ชัด) สีแท่งเทียน (Bull/Green และ Bear/Red) และสีเส้นแนวรับแนวต้าน
ในแท็บ “Chart” คุณสามารถเลือกประเภทกราฟ (Candlesticks, Bars, Line) และรูปแบบการแสดงปริมาณการซื้อขาย (Volume) เราแนะนำให้ใช้ Candlesticks สำหรับการเทรดระยะสั้น และ Line สำหรับการดูแนวโน้มระยะยาว สำหรับนักเทรดไทยที่เทรดในช่วงเวลาทำการของตลาดเอเชีย (09.00-17.00 ICT) การตั้งค่า Timezone เป็น Asia/Bangkok (UTC+7) จะช่วยให้วิเคราะห์ได้แม่นยำขึ้น
การสร้างออเดอร์ซื้อขายใน Web terminal
การเปิดออเดอร์ทำได้สองวิธี วิธีแรกคือคลิกปุ่ม “New Order” ที่แถบเครื่องมือด้านบน วิธีที่สองคือคลิกขวาที่แผนภูมิแล้วเลือก “Trading > New Order” หน้าต่างสร้างออเดอร์จะเปิดขึ้น ประกอบด้วยฟิลด์ดังนี้
- Symbol: เลือกตราสารที่ต้องการ (เช่น EURUSD, XAUUSD, BTCUSD)
- Volume: ขนาด Lot (1 Lot = 100,000 หน่วยสำหรับ Forex)
- Stop Loss: ราคาที่จะปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงจุดที่กำหนด
- Take Profit: ราคาที่จะปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อได้กำไรตามเป้า
- Type: Market (ซื้อขายทันทีที่ราคาปัจจุบัน) หรือ Pending (รอราคาตามที่ตั้งไว้)
สำหรับนักเทรดไทยมือใหม่ เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยบัญชี Cent ซึ่ง 1 Lot มีขนาดเล็กกว่า (1,000 หน่วย) ทำให้ความเสี่ยงต่ำลง เมื่อตั้งค่าครบแล้ว กด “Buy” (ซื้อ) หรือ “Sell” (ขาย) ระบบจะยืนยันออเดอร์ภายใน 1-2 วินาที
คำสั่ง Pending Order แบบละเอียด
Pending Order มี 4 ประเภท Buy Limit ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลงมาถึงจุดที่กำหนดแล้วดีดกลับขึ้น Buy Stop ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะทะลุแนวต้านขึ้นไป Sell Limit ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดที่กำหนดแล้วตกลงมา Sell Stop ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะทะลุแนวรับลงไป
วิธีการตั้งค่า ในหน้าต่าง New Order เลือก Type เป็น “Pending Order” จากนั้นกรอกราคาที่ต้องการในฟิลด์ “Price” ระบบจะแสดงระยะเป็นจุด (Pips) จากราคาปัจจุบันโดยอัตโนมัติ คุณสามารถตั้งวันหมดอายุให้กับ Pending Order ได้ในช่อง “Expiration” (สูงสุด 30 วัน)
| ประเภท Pending | สถานการณ์ที่ใช้ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| Buy Limit | ราคากำลังลง แต่คาดว่าจะรีบาวด์จากแนวรับ | ต่ำกว่าการซื้อ Market หากราคาลงถึงเป้าหมาย |
| Buy Stop | ราคากำลังขึ้น คาดว่าจะทะลุแนวต้านต่อเนื่อง | สูงกว่า Market เพราะซื้อที่ราคาสูงขึ้น |
| Sell Limit | ราคากำลังขึ้น คาดว่าจะลงจากแนวต้าน | ต่ำกว่าการขาย Market หากราคาขึ้นถึงเป้าหมาย |
| Sell Stop | ราคากำลังลง คาดว่าจะทะลุแนวรับต่อเนื่อง | สูงกว่า Market เพราะขายที่ราคาต่ำลง |
การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ใน Web terminal
เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคใน Web terminal ของเรามีมากกว่า 50 อินดิเคเตอร์ เริ่มตั้งแต่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ไปจนถึง Fibonacci และ Ichimoku Kinko Hyo วิธีการเพิ่มอินดิเคเตอร์ ทำได้สองทาง คลิกที่ไอคอน “Indicators” บนแถบเครื่องมือ หรือคลิกขวาที่แผนภูมิแล้วเลือก “Indicators list”
ประเภทอินดิเคเตอร์แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแนวโน้ม (Trend) เช่น MA, MACD, Parabolic SAR กลุ่มแกว่งตัว (Oscillator) เช่น RSI, Stochastic, CCI กลุ่มปริมาณ (Volume) เช่น Volume, On Balance Volume กลุ่มอื่นๆ เช่น Bollinger Bands, ATR, Alligator
- วิธีปรับแต่งพารามิเตอร์: เลือกอินดิเคเตอร์ที่ต้องการ เปลี่ยนค่า Period (ช่วงเวลา) เช่น MA 20 วัน หรือ RSI 14 ช่วง
- การซ้อนอินดิเคเตอร์หลายตัว: สามารถเพิ่มได้สูงสุด 5 ตัวบนแผนภูมิเดียว ระวังอย่าให้กร
